บทความ

น้ำมันสกัดจากไขมันจระเข้ ความหวังใหม่ในแหล่งพลังงานสะอาด? เหตุจากไขมันจากแอลลิเกเตอร์อาจใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบใหม่ในการผลิตไบโอดีเซล

รูปภาพ
น้ำมันสกัดจากไขมันจระเข้ ความหวังใหม่ในแหล่งพลังงานสะอาด? เหตุจากไขมันจากแอลลิเกเตอร์อาจใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบใหม่ในการผลิตไบโอดีเซล  ---------------------------------------------- น้ำมันสกัดจากไขมันแอลลิเกเตอร์ พบว่ามีคุณภาพใกล้เคียงกับข้อกำหนดตามมาตรฐานสากลสำหรับไบโอดีเซลที่มีคุณภาพสูง ---------------------------------------------- ไขมันจากสัตว์ อาทิ ไขมันไก่ ไขมันหมู ไขมันวัว ต่างเป็นสิ่งสำคัญต่อโภชนาการพื้นฐานในการบริโภค ในส่วนของแอลลิเกเตอร์ ซึ่งเป็นสัตว์ในไฟลัมเดียวกับจระเข้นั้น นอกเหนือจากการนำเนื้อมารับประทานและแปรรูปในอุตสาหกรรมอาหาร ,การนำหนังมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหนังและเครื่องประดับ แอลลิเกเตอร์ยังสามารถให้วัตถุดิบตั้งต้น(feedstock)สำหรับการผลิตไบโอดีเซลได้อีกด้วย นั่นคือ ไขมันที่อยู่ใต้หนังแอลลิเกเตอร์ หรือที่เรียกว่าไขมันแอลลิเกเตอร์(alligator fats) อุตสาหกรรมเนื้อแอลลิเกเตอร์ ทำการฝังกลบไขมันแอลลิเกเตอร์ทิ้งไปกว่า 15 ล้านปอนด์ต่อปี ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าไขมันดังกล่าวสามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันและใช้ผลิตไบโอดีเซลคุณภาพสูงได้ ไบโอดีเซล(Biodiesel) เป็นเช...

โลชั่นน้ำมันจระเข้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว,ลดอาการผิวหนังตกสะเก็ด ลอกร่อน,ลดริ้วรอย และอาจช่วยลดอาการอักเสบ

รูปภาพ
โลชั่นน้ำมันจระเข้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว,ลดอาการผิวหนังตกสะเก็ด ลอกร่อน,ลดริ้วรอย และอาจช่วยลดอาการอักเสบ -------------------------------------------------------------------------------------- อ้างอิงจากผลของการศึกษาความคงตัวทางกายภาพ (Physical Stability) และประสิทธิภาพทางคลินิก(Clinical Efficacy)ของการใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้(Crocodile oil)สกัดจากจระเข้ลุ่มแม่น้ำไนล์ (Crocodylus niloticus) "Physical stability and clinical efficacy of Crocodylus niloticus oil lotion" โดย Telanie Venter และคณะ ณ ภาควิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสต์ ประเทศแอฟริกาใต้ โดยทำการศึกษาในกลุ่มอาสาสมัครหญิง อายุ 40-65 ปี  ด้วยการใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ทาลงบนผิวหนังช่วงบริเวณข้อศอกถึงฝ่ามือ(Forearm) เทียบกับการใช้ผลิตภัณฑ์อ้างอิง (Reference Product) ที่มีส่วนผสมของพาราฟินเหลว(Liquid Parafin)* พบว่าการใช้โลชั่นที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้นั้น เมื่อทาครั้งเดียว(Single application) โลชั่นน้ำมันจระเข้ช่วยลดอาการผิวหนังตกสะเก็ด  โดยพบว่า การใช้โลชั่นท...

น้ำมันจระเข้ คนจีนชอบใช้ แต่ไม่ใช่ทุกจีนที่จะรู้จัก?

รูปภาพ
ชาวจีนนั้นรู้จักและพบว่ามีการใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์จากจระเข้มาตั้งแต่สมัยอารยธรรมจีนโบราณเมื่อราว 4000 ปีก่อน เริ่มในสมัยราชวงศ์เซี่ย(Xia dynasty) ซึ่งถือเป็นราชวงศ์แรกในประวัติศาสตร์จีน ต่อเนื่องมายังราชวงศ์ซาง(Shang dynasty) เนื้อจระเข้กลายเป็นอาหารขึ้นโต๊ะในงานเลี้ยงรื่นเริงของราชสำนักและเหล่าเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง โดยเฉพาะสมัยราชวงศ์หมิง(Ming dynasty)นั้น ในบันทึกตำรายาสมุนไพรและการแพทย์แผนจีนโบราณ “เปิ่นเฉ่ากังมู่ (The Compendium of Materia Medica)”  ตำรายาสมุนไพรอมตะในประวัติเภสัชศาสตร์ของจีน ที่ถูกเรียบเรียงจัดทำขึ้นโดย หลี่สือเจิน (Li Shizen) ผู้ได้ชื่อว่าเป็นทั้งแพทย์และเภสัชกรสมุนไพรชาวจีนผู้ยิ่งใหญ่ ได้ระบุว่า เนื้อจระเข้นั้นเป็นยาชูกำลังที่มีคุณค่า ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในชั้นผิวหนังและลดจุดด่างดำบนผิว การรับประทานเนื้อจระเข้เป็นประจำจึงช่วยทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ลดจุดด่างดำและทำให้มีผิวพรรณที่สวยงาม นอกจากนี้ในตำราแพทย์แผนจีนอื่นๆและความเชื่อในภูมิปัญญาดั้งเดิม ได้ถือว่าเนื้อจระเข้เป็นสุดยอดอาหารที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคทางเดินหายใจและหอบหืด  เลือดจระเข้ช่วย...

การศึกษาในชื่อ EVALUATION OF EFFECTIVENESS IN A NOVEL WOUND HEALING OINTMENT-CROCODILE OIL BURN OINTMENT

รูปภาพ
การศึกษาในชื่อ EVALUATION OF EFFECTIVENESS IN A NOVEL WOUND HEALING OINTMENT-CROCODILE OIL BURN OINTMENT โดย Hua-Liang Li. และคณะ เผยแพร่ใน Afr J Tradit Complement Altern Med. 2017; 14(1): 62–72. ยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO)สามารถเร่งกระบวนการหายของแผล(wound healing) ของแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกระดับสองในหนูทดลอง,กระตุ้นกระบวนการสร้างชั้นเซลล์ผิวใหม่(skin regeneration) และการเจริญของรูขุมขน(hair follicles) อีกทั้งยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO) ยังมีฤทธิ์แก้ปวด(antinociceptive) และ ต้านอาการอักเสบ(anti-inflammatory) อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามควรมีการตรวจสอบและศึกษาเพิ่มเติมต่อไปถึงกลไกในกระบวนการซ่อมแซมและการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิก (clinical research) ของยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO)

ผลการศึกษาการใช้ยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO) ในแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

อภิปรายผลการศึกษา(Discussion) กระบวนการหายของแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก(burn wound healing)เป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อน สามารถแบ่งแยกย่อยได้หลายระยะ ประกอบด้วย ระยะการอักเสบของบาดแผล(Inflammation) ,ระยะการสร้างชั้นเนื้อเยื่อผิวใหม่(re-epithalization) และระยะปรับรูปร่างชั้นเนื้อเยื่อ(tissue remodeling) (Sünstar et al.,2011) ในการศึกษาครั้งนี้ในแต่ละระยะได้ถูกติดตามและสังเกตการณ์เพื่อประเมินผลในกระบวนการหายของแผล (wound healing)  ยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในกระบวนการหายของแผล (wound healing) หรือ การสมานแผล อีกทั้งลดระยะเวลาในการฟื้นฟูบาดแผลสู่สภาพปกติได้อย่างมีนัยสำคัญ ยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO) ถูกทำขึ้นตามหลักการแพทย์แผนจีนโบราณ และการแพทย์แผนจีนโบราณเฉพาะท้องถิ่น ที่สารสกัดนั้นก็ได้ถูกใช้ทางคลินิกในท้องถิ่นอย่างกว้างขวางและมีประสิทธิผลที่แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะผลต่อแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก(burns),แผลกดทับ(pressure ulcers) ,แผลปากมดลูก หรือปากมดลูกกร่อน(cervical erosion),งูสวัด(her...

ฤทธิ์แก้ปวด(Antinociceptive)ของยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO)

การศึกษาในชื่อ EVALUATION OF EFFECTIVENESS IN A NOVEL WOUND HEALING OINTMENT-CROCODILE OIL BURN OINTMENT โดย Hua-Liang Li. และคณะ  เผยแพร่ใน Afr J Tradit Complement Altern Med. 2017; 14(1): 62–72. ฤทธิ์แก้ปวด(Antinociceptive)ของยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO) การใช้กรดอะซิติกกระตุ้นอาการชักดิ้นชักงอในหนูทดลอง(Acetic-Acid-induced writhing response in mice) ถูกใช้เพื่อประเมินฤทธิ์แก้ปวด หรือบรรเทาอาการเจ็บปวดของยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO) ผลการทดสอบในตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่า ผลการควบคุม และยับยั้งอาการเจ็บปวดในยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO) นั้นขึ้นกับขนาดของยา(dose-dependent) ผลทดสอบด้วยการฉีดกรดอะซิติกเข้าที่บริเวณช่องท้องในหนูไมซ์นั้นพบอัตราการยับยั้งอาการเจ็บปวดที่ 24.6%,41.3% และ 48.6% ตามลำดับ อีกทั้งกลุ่มที่ใช้ยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้ (COBO) ช่วยยืดระยะเวลาในการเกิดอาการชักดิ้นชักงอครั้งแรก โดยพบอัตราการยับยั้งอาการเจ็บปวดที่สูงกว่า 84.4% ที่ข...

การประเมินการดำเนินกิจกรรมและการกระจายตัวของรูขุมขนในวันที่ 28 จากการตัดเนื้อเยื่อบริเวณส่วนหลังของหนูทดลอง หลังเกิดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก

รูปภาพ
การศึกษาในชื่อ EVALUATION OF EFFECTIVENESS IN A NOVEL WOUND HEALING OINTMENT-CROCODILE OIL BURN OINTMENT โดย Hua-Liang Li. และคณะ เผยแพร่ใน Afr J Tradit Complement Altern Med. 2017; 14(1): 62–72. การวิเคราะห์เชิงปริมาณ(quantitative analysis) แสดงจำนวนรูขุมขนทั้งหมด(Total follicles)และจำนวนรูขุมขนที่กำลังแสดงกิจกรรมในชั้นผิว(active follicles) ของวันที่ 28 จากตัวอย่างกลุ่มที่ใช้ยาขี้ผึ้งแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่มีส่วนผสมของน้ำมันจระเข้(COBO) ซึ่งมีความใกล้เคียงเป็นอย่างมากกับกลุ่มหลอก(Normal group/Sham group) และเมื่อนำไปเทียบกับกลุ่มที่ใช้ซิลเวอร์ซัลฟาไดอาซีน(SSD) พบว่าจำนวนรูขุมขนทั้งหมด(Total follicles)นั้นสูงกว่า และ จำนวนรูขุมขนที่กำลังแสดงกิจกรรมในชั้นผิว(active follicles) สูงกว่าถึง 75% และ 67% ตามลำดับ ตามภาพประกอบหมายเลข 6a ในขณะที่จำนวนของรูขุมขนปฐมภูมิและทุติยภูมิ(primary and secondary follicles) สูงกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม(burn control) ถึง 75% และ 50% ตามลำดับ ตามภาพประกอบหมายเลข 6b,6c ภาพประกอบหมายเลข 6 การประเมินการดำเนินกิจกรรมและการกระจายตัวของรูขุมขนในวันที่ 2...